วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

เรื่องที่ 2 การจัดทำเอกสาร (วิชากระบวนการจัดทำบัญชี)

เรื่องที่ 2 การจัดทำเอกสาร (วิชากระบวนการจัดทำบัญชี)

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี หมายถึง บันทึก หนังสือ หรือเอกสารใด ๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงรายการในบัญชี ซึ่งแยกออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

        1.  เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีที่จัดทำขึ้นโดยบุคคลภายนอก

        2.  เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีจัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เพื่อออกให้แก่บุคคลภายนอก

        3.  เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีจัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อใช้ในกิจการของตนเอ

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีทุกประเภทต้องมีรายการทั่วไปดังต่อไปนี้

        1.  ชื่อของผู้จัดทำเอกสารซึ่งอาจใช้ชื่อที่ใช้ในการประกอบธุรกิจของผู้จัดทำเอกสารก็ได้
        2.  ชื่อของเอกสาร
        3.  เลขที่ของเอกสาร และเล่มที่ (ถ้ามี)
        4.  วัน เดือน ปี ที่ออกเอกสาร
        5.  จำนวนเงินรวม

เอกสารที่ใช้ประกอบการลงบัญชีที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อออกให้กับบุคคลภายนอก จะต้องมีรายการดังต่อไปนี้เพิ่มขึ้นจากรายการทั่วไปคือ

        1.  ใบเสร็จรับเงิน
             1.1  เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของกิจการที่จัดทำเอกสาร
             1.2  สถานที่ตั้งของกิจการที่จัดทำเอกสาร
             1.3  รายละเอียดเกี่ยวกับการรับเงินหรือตั๋วเงิน
             1.4  ชื่อ ชนิด จำนวน หน่วยนับ ราคาต่อหน่วย และราคาของสินค้าหรือบริการแต่ละรายการ
             1.5  ลายมือชื่อของผู้รับเงิน เว้นแต่เป็นเอกสารที่จัดทำและส่งมอบด้วยคอมพิวเตอร์

        2.  ใบส่งของ
             2.1  เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของกิจการที่จัดทำเอกสาร
             2.2  สถานที่ตั้งของกิจการที่จัดทำเอกสาร
             2.3  ชื่อ ชนิด จำนวน หน่วยนับ ราคาต่อหน่วย และราคาของสินค้าหรือบริการแต่ละรายการ
             2.4  ชื่อหรือชื่อที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ และที่อยู่ของผู้ซื้อหรือผู้รับสินค้าหรือผู้รับบริการ
             2.5  ลายมือชื่อผู้จัดทำเอกสาร
             2.6  ลายมือชื่อผู้รับสินค้าหรือรับบริการ

        ถ้าเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีได้จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อใช้ในกิจการของตนเองเช่น ใบสำคัญจ่าย ใบสำคัญรายวันทั่วไป จะต้องมีรายการดังต่อไปนี้เพิ่มขึ้นจากรายการทั่วไปคือ
        1.  คำอธิบายรายการ
        2.  วิธีการและการคำนวณต่าง ๆ (ถ้ามี)
        3.  ลายมือชื่อของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี หรือผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อนุมัติรายการ   

        เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เพื่อออกให้แก่บุคคลภายนอก ต้องมีสำเนาเก็บไว้อย่างน้อย  1 ฉบับ


การกำหนดเลขที่เอกสารที่ใช้ในการบันทึกบัญชี
 มีหลักการดังนี้
       1. เอกสารที่กิจการได้รับจากบุคคลภายนอกเลขที่ในเอกสารจะแตกต่างกันไป และที่สำคัญจะไม่เรียงลำดับของการได้มาก่อนหลัง ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการจัดเก็บ ค้นหา และควบคุม กิจการต้องกำหนดเลขที่เอกสารขึ้นใหม่
       2. เอกสารที่กิจการออกให้แก่บุคคลภายนอก ควรแยกออกเป็นแต่ละประเภท เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับสินค้า เป็นต้น ควรกำหนดเล่มที่ เลขที่ของเอกสารไว้ล่วงหน้าเพื่อควบคุมการนำไปใช้ และป้องกันการสูญหาย
       3. เอกสารที่กิจการจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง กิจการสามารถกำหนดเลขที่ เล่มที่ไว้ล่วงหน้าได้เช่นเดียวกันกับเอกสารที่ออกให้แก่บุคคลภายนอก
         การกำหนดเลขที่เอกสารไม่มีกฎหมายกำหนดไว้แน่นอน  ดังนั้นหลักการกำหนดเลขที่เอกสารขึ้นอยู่กับกิจการโดยพิจารณาที่ความเหมาะสม ค้นหา จัดเก็บ และอ้างอิงได้รวดเร็ว

การจัดประเภทเอกสารในการบันทึกบัญชี
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี เมื่อได้รับเอกสารที่เกิดจากรายการค้าจะต้องนำมาพิจารณาว่า เอกสารที่ได้รับเป็นเอกสารทางด้านรายรับหรือด้านรายจ่าย โดยเรียงลำดับวันที่เกิดรายการและกำหนดเลขที่เอกสาร เพื่อสะดวกในการบันทึกบัญชีและสะดวกในการค้นหาภายหลังด้วย ดังนั้นผู้ทำบัญชีควรจัดประเภทเอกสารในการบันทึกบัญชีออกเป็น 2 ประเภทคือ
       1. เอกสารด้านรายรับ  หมายถึง เอกสารที่เกี่ยวกับการค้าด้านรายรับ ได้แก่  เอกสารที่กิจการออกเพื่อให้บุคคลภายนอกไว้เป็นหลักฐานการรับเงิน บุคคลภายนอกจะได้รับหลักฐานเป็นต้นฉบับ
(ตัวจริง)  สำหรับกิจการจะเก็บหลักฐานที่เป็นสำเนา เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับสินค้าหรือใบส่งของ ใบลดหนี้ เป็นต้น
       2. เอกสารด้านรายจ่าย  ได้แก่ เอกสารที่กิจการได้รับจากบุคคลภายนอกซึ่งเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อสินค้าหรือบริการ หรือชำระหนี้ ซึ่งกิจการจะได้รับหลักฐานเป็นต้นฉบับ (ตัวจริง)  เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับสินค้าหรือใบส่งของ ใบเพิ่มหนี้ เป็นต้น
       ในการพิจารณาว่าเป็นเอกสารด้านรายรับหรือด้านรายจ่ายนั้นผู้ทำบัญชีควรคำนึงถึงรายรับ-รายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจเท่านั้น เพราะอาจมีบางรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบกิจการก็ได้

การจัดเก็บเอกสารที่ใช้ในการประกอบการบันทึกบัญชี
เมื่อเอกสารที่ได้บันทึกบัญชีเรียบร้อยแล้วในแต่ละวัน ผู้ทำบัญชีควรมีวิธีการจัดเก็บเข้าแฟ้ม ตามหลักการดังนี้
       1. แยกแฟ้มเป็นรายเดือน ในกรณีที่มีเอกสารมากในแต่ละเดือน โดยแบ่งเป็นแฟ้มรายรับรายเดือน และแฟ้มรายจ่ายรายเดือน ที่หน้าแฟ้มเขียนปะหน้าไว้ด้วยว่าเป็นแฟ้มรายรับเดือนใด และแฟ้มรายจ่ายเดือนใด พ.ศ.ใด
       2. จัดเก็บเอกสารประเภทรายรับเข้าแฟ้มรายรับ และรายจ่ายเข้าแฟ้มรายจ่าย โดยเรียงตามลำดับวันที่ก่อนหลัง
       3. กรณีที่เอกสารรายรับ-รายจ่าย ในแต่ละเดือนมีไม่มากสามารถเก็บเอกสารหลายเดือนไว้ในแฟ้มเดียวกันก็ได้ โดยแยกเป็นแฟ้มรายรับและแฟ้มรายจ่ายอย่างละแฟ้ม เอกสารรายรับของทุกเดือนจัดเก็บเข้าแฟ้มรายรับ สำหรับเอกสารรายจ่ายของทุกเดือนจัดเก็บเข้าแฟ้มรายจ่าย โดยจะเก็บเอกสารที่เริ่มต้นไว้ล่างสุดและเรียงเอกสารตามลำดับขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน เอกสารแต่ละเดือนจะต้อง
มีกระดาษแข็งคั่นไว้เพื่อทำดัชนีของเอกสารและระบุว่าเป็นเอกสารของเดือนใด พ.ศ.ใด

การเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี มีวิธีการดังนี้
       1. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานประกอบการหรือสถานที่ทำการ หรือสถานที่ใช้เป็นที่ทำการผลิต หรือเก็บสินค้าเป็นประจำ หรือสถานที่ที่ใช้เป็นที่ทำงานประจำ
       2. การเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานที่อื่น ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงสามารถนำไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น

ระยะเวลาในการเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี
       ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาบัญชี และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี หรือจนกว่าจะมีการส่งมอบบัญชี และเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีภายใน 90 วัน นับแต่วันเลิกประกอบธุรกิจ
       เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบบัญชีของกิจการประเภทใดประเภทหนึ่ง อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจ มีอำนาจให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีแต่ต้องไม่เกิน 7 ปี

การปฏิบัติกรณีบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีชำรุดหรือสูญหาย
       การแจ้งการสูญหายหรือเสียหายหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีชำรุด  ให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบ หรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น โดยแจ้งต่อสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือต่อสำนักงานกำกับดูแลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ได้





ใบงาน 2
รายวิชา กระบวนการจัดทำบัญชี
เรื่อง เอกสารประกอบการลงบัญชี

ข้อ 1
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ได้ใจความสมบรูณ์
1. เอกสารประกอบการลงบัญชีหมายถึงอะไร
2. รายการที่ต้องมีในเอกสารประกอบการลงบัญชีทุกฉบับ ได้แก่ อะไรบ้าง
3. เอกสารซึ่งเป็นหลักฐานในการรับเงิน ฝากเงิน หรือรับชำระเงิน ตั๋วเงินต้องมีรายการดังนี้
4. เอกสารที่กิจการจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง ได้แก่ อะไรบ้าง
5. เอกสารประกอบการลงบัญชีในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ อะไรบ้าง
6. รายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ อะไรบ้าง
7. แบบแสดงรายการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากภาษีขายหักภาษีซื้อ คืออะไร
8. เอกสารออกเป็นชุด คืออะไร
9. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใช้กับการประกอบกิจการขายสินค้าในลักษณะใด
10. สาเหตุที่ผู้ขายต้องออกใบลดหนี้ให้กับผู้ซื้อคือข้อใด




เรื่องที่ 1 รูปแบบธุรกิจและการจดทะเบียนธุรกิจ(วิชากระบวนการจัดทำบัญชี)

เรื่องที่ 1 รูปแบบธุรกิจและการจดทะเบียนธุรกิจ (วิชากระบวนการจัดทำบัญชี)


การดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มิใช่สิ่งที่จะกระทำได้ง่ายนักสำหรับทุกคน ผู้ประกอบการจึงต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกประเภท และชนิดของธุรกิจให้เหมาะสม โดยการพิจารณาความยากง่ายของการก่อตั้ง ข้อดีข้อเสียของธุรกิจและการหาแหล่งเงินทุน ฯ ในปัจจุบันการเลือกดำเนินธุรกิจมีหลายประเภทหลายชนิดให้ผู้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งย่อมขึ้นอยู่กับความต้องการ ความรู้ความสามารถ เงินทุน และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะนั้น
       นักบัญชีมีความจำเป็นต้องศึกษารูปแบบของธุรกิจเพื่อออกแบบ และวางระบบเอกสาร ตลอดจนการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละประเภทของกิจการ
       รูปแบบของธุรกิจมีดังนี้
       1.  เจ้าของคนเดียว (Sold Proprietorship)
       2.  ห้างหุ้นส่วน (Partnership)
       3.  บริษัทจำกัด (Limited Company)
       4.  บริษัทมหาชน (Public Company)
       5.  สหกรณ์ (Co-Operation)
       6.  รัฐวิสาหกิจ (State Enterprise)
       7.  แฟรนไชส์  (Franchise)
       8.  กิจการร่วมค้า (Join Venter)
       9.  การรวมกิจการ  (Business  Combination)
       สำหรับในรายวิชากระบวนการจัดทำบัญชีนี้จะกล่าวถึงเพียงรูปแบบธุรกิจ 4 ประเภทเท่านั้นนอกนั้นให้นักเรียนศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม



การจดทะเบียนพาณิชย์
 1   ผู้ประกอบการพาณิชยกิจที่อยู่ในข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์ จะต้องมีชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ  และต้องจดทะเบียนภายใน  30 วัน
 2   ธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์  ได้แก่          
     2.1 กิจการเจ้าของคนเดียว         
     2.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญ         
     2.3 นิติบุคคลต่างประเทศ        
     2.4 บริษัทจำกัด  หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ประกอบพาณิชยกิจ  การขายหรือให้เช่าแผ่นซีดี  แถบบันทึก  วีดิทัศน์  
แผ่นวีดิทัศน์  ดีวีดีหรือแผ่นวีดิทัศน์ระบบดิจิทัล  เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง
3   สถานที่ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ในเขตกรุงเทพมหานคร  ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์   ณ  สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจในเขตพื้นที่  ในเขตจังหวัดอื่นให้ยื่น ณ 
สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด   กรณีที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง

การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
        
ห้างหุ้นส่วน  หมายถึง การดำเนินธุรกิจโดยการร่วมกันของกลุ่มบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงจะดำเนินธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแบ่งผลกำไรจากการดำเนินงาน
        
การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนเป็นการประกอบการที่มีบุคคลตั้งแต่ 
2
คนขึ้นไป ทำสัญญาตกลงกันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยการแบ่งปันผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจนั้น การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนกระทำได้ง่ายโดยเฉพาะห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งไม่ต้องจดทะเบียน
เพียงแต่ไปยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มต้นกิจการ ซึ่งจะต้องมีคำว่า "ห้างหุ้นส่วน" หรือ "ห้างหุ้นส่วนสามัญ" นำหน้าชื่อห้างเสมอ ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด จะต้องจดทะเบียนเสมอ

การจดทะเบียนบริษัท
        บริษัท  เป็นกิจการที่ตั้งขึ้นโดยการร่วมลงทุนของกลุ่มคนเพื่อกระทำกิจการธุรกิจร่วมกันโดยตั้งขึ้นในรูปแบบของนิติบุคคลมีการแบ่งทุนออกเป็นหุ้น โดยมีมูลค่าหุ้นละเท่าๆ กัน ผู้ที่ลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทเรียกว่า "ผู้ถือหุ้น" (Shareholders) โดยผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบในหนี้สินจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ถือและผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน 
เรียกว่า เงินปันผล  (Dividends)

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    1  ผู้ประกอบที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  ได้แก่ผู้ประกอบการที่มียอดรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน  1,800,000 บาทต่อปีขึ้นไป  ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเข้ามาอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ  หรือภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่มีรายรับเกิน 1,800,000 บาทต่อปี  ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีสิทธิเลือกเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้  ถ้าประสงค์จะขอจดทะเบียนให้ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ทันที
    2  สถานที่รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในเขตกรุงเทพมหานคร  ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน  ณ  ที่ว่าการเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่  หรือสำนักงานภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ในท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
การจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ
    1  ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ   ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ
    2 สถานที่ยื่นจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะสถานที่เดียวกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  


ข้อมูลรายวิชากระบวนการจัดทำบัญชี

 วิชากระบวนการจัดทำบัญชี  2201-2109

จุดประสงค์รายวิชา
 1.   ประมวลความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ  เอกสารการดำเนินงาน  หลักการ   และกระบวนการปฏิบัติงานบัญชี   ของกิจการในประเภทธุรกิจบริการ  ซื้อขายสินค้า  และอุตสาหกรรม  ทั้งในรูปแบบของกิจการเจ้าของคนเดียว  ห้างหุ้นส่วน และบริษัท 2.   มีทักษะปฏิบัติงานบัญชีเบื้องต้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป  พร้อมสำหรับการปฏิบัติงานในวิชาชีพบัญชี 3.   มีกิจนิสัย  ความมีวินัย ความเป็นระเบียบ ละเอียดรอบคอบ ความอดทน  รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน  มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพบัญชีและมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ
มาตรฐานรายวิชา
 1.   เข้าใจหลักการ วิธีการเกี่ยวกับวงจรปฏิบัติงานบัญชีและการจัดการเกี่ยวกับเอกสารทางด้านบัญชีของกิจการแต่ละประเภท 2.   จัดทำบัญชีได้เหมาะสมตามประเภทของธุรกิจ
 3.   จัดทำรายงานทางการเงินตามกฎหมายบัญชี

คำอธิบายรายวิชา
            ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ  รูปแบบของธุรกิจ  วงจรการปฏิบัติงานบัญชี  การจดทะเบียนธุรกิจ  การจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและการประกอบธุรกิจศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ  เอกสารและการจัดประเภทเอกสารที่ใช้ในการบันทึกบัญชี  การวิเคราะห์รายการค้าจากเอกสาร  การจัดทำบัญชีของกิจการประเภทต่าง  ๆ โดยทำเป็นกรณีตัวอย่าง  การจัดทำงบการเงินตามกฎหมายบัญชี  
การยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีประเภทต่างๆ ต่อกรมสรรพากร การยื่นแบบงบการเงินประจำปีต่อกระทรวงพาณิชย์

เกณฑ์การประเมินผลรายวิชา
1. จิตพิสัย (การมาเรียนและพฤติกรรม) 20 คะแนน
2. ใบงาน/แบบฝึกหัด 20 คะแนน
3. แบบทดสอบ 20 คะแนน
4. สอบกลางภาค (Mid-term Exam) 20 คะแนน
5. สอบปลายภาค (Final Exam) 20 คะแนน
รวม 100 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินระดับผลการเรียน (เกรด)
เกรด 4 = 80 - 100 คะแนน เกรด 3.5 = 75 – 79 คะแนน
เกรด 3 = 70 - 74 คะแนน เกรด 2.5 = 65 – 69 คะแนน
เกรด 2 = 60 – 64 คะแนน เกรด 1.5 = 55 – 59 คะแนน
เกรด 1 = 50 – 54 คะแนน เกรด 0 = 0 – 49 คะแนน

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559

ใบงาน1-3 วิชากระบวนการจัดทำบัญชี

ใบงาน 1
รายวิชา กระบวนการจัดทำบัญชี
เรื่อง วงจรการปฏิบัติบัญชี

ข้อ 1
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้ความสมบูรณ์ที่สุด
1. รายการปรับปรุง หมายถึงอะไร
2. ประเภทของรายการปรับปรุง ได้แก่อะไรบ้าง
3. การปรับปรุงค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าขึ้นอยู่กับการบันทึกบัญชีเมื่อใด
4. การปรับปรุงวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไปทำอย่างไร
5. การประมาณหนี้สูญจากยอดขายเชื่อ มีวิธีการประมาณโดย
6. การปิดบัญชี คือ อะไร
7. การปิดบัญชีของกิจการซื้อ- ขายสินค้ามี 2 วิธี อะไรบ้าง
8. การโอนปิดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนขายสินค้าของกิจการซื้อ ขายสินค้า ได้แก่บัญชี
9. ต้นทุนขายของกิจการอุตสาหกรรมที่ต้องโอนปิดบัญชี ได้แก่ อะไรบ้าง
10. การปิดบัญชี สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ มีวิธีปฏิบัติอย่างไร


ใบงาน 2
รายวิชา กระบวนการจัดทำบัญชี
เรื่อง เอกสารประกอบการลงบัญชี

ข้อ 1
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ได้ใจความสมบรูณ์
1. เอกสารประกอบการลงบัญชีหมายถึงอะไร
2. รายการที่ต้องมีในเอกสารประกอบการลงบัญชีทุกฉบับ ได้แก่ อะไรบ้าง
3. เอกสารซึ่งเป็นหลักฐานในการรับเงิน ฝากเงิน หรือรับชำระเงิน ตั๋วเงินต้องมีรายการดังนี้
4. เอกสารที่กิจการจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง ได้แก่ อะไรบ้าง
5. เอกสารประกอบการลงบัญชีในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ อะไรบ้าง
6. รายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ อะไรบ้าง
7. แบบแสดงรายการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากภาษีขายหักภาษีซื้อ คืออะไร
8. เอกสารออกเป็นชุด คืออะไร
9. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใช้กับการประกอบกิจการขายสินค้าในลักษณะใด
10. สาเหตุที่ผู้ขายต้องออกใบลดหนี้ให้กับผู้ซื้อคือข้อใด

ใบงานที่ 3
รายวิชา กระบวนการจัดทำบัญชี
เรื่อง การจัดทำบัญชีของกิจการประเภทต่าง ๆ


ข้อ 1
คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามให้ได้ความสมบูรณ์ที่สุด
1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายถึง อะไร
2. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในปัจจุบันได้แก่ อะไร
3. ฐานภาษี หมายถึง อะไร
4. รายการอะไรบ้างที่ไม่รวมในฐานภาษี
5. ภาษีซื้อต้องห้ามหมายถึง อะไร
6. กฎหมายกำหนดวิธีการบันทึกบัญชีซื้อต้องห้ามอย่างไร
7. กิจการบริการ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดเมื่อใด
8. กิจการขายสินค้าความรับผิดชอบในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดเมื่อเมื่อใด
9. การปรับปรุงโอนปิดภาษีมูลค่าเพิ่ม จะปฏิบัติเมื่อใด
10. การปิดบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังต่อไปนี้มีวิธีปฏิบัติอย่างไร
1. กรณีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ
2. ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย

ข้อ 2
คำชี้แจง ต่อไปนี้เป็นรายการค้าในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเกี่ยวกับภาษีซื้อต้องห้ามให้นักเรียนบันทึกรายการดังกล่าวในสมุดรายวันทั่วไป

ว/ด/ป รายการค้า การบันทึกบัญชี
ส.ค. 1 ซื้อวัสดุสำนักงานได้รับใบกำกับ
ภาษีอย่างย่อจำนวน3,000 บาท
เป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม


ส.ค. 10 ซื้อรถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน
ราคา 500,000 บาท ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มจ่ายเป็นเช็ค


ก.ค. 10 เติมน้ำมันที่ซื้อเมื่อวันที่ 10 เป็นเงิน 1,000 บาทยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม



ก.ค. 12 จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มผู้มาแสดงความยินดีเป็นเงิน 5,000บาท
ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม


ก.ค. 15 ขายวัสดุฝึกให้แก่วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งเป็นเงินสด 20,000บาท
เป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม


ก.ค. 20 จ่ายค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเป็นเงินสด
4,280 บาท เป็นราคาที่รวมภาษีแล้วและได้รับใบกำกับภาษีจากเครื่องคิดเงินสด



วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ใบงานที่ 6 การวิจัยเบื้องต้น


ใบงานที่ 6 การวิจัยเบื้องต้น

คำสั่ง  ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม ๆ  สืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แบ่งกลุ่มระดมความคิด

นักศึกษาคิดว่าข้อมูลต่อไปนี้อยู่ในระดับการวัดประเภทใด

1. คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์

2. ความสูงของนักเรียนวัดเป็นเซนติเมตร

3. อาชีพของผู้ปกครองนักเรียนแบ่งเป็น 4 กลุ่ม

4. ผลการประเมินการปฏิบัติงานของผู้บริหารแบ่งเป็น 3 ระดับ

5. ผลการวัดเจตคติของครู (ใช่ หรือไม่)

6. ความคิดเห็นของกรรมการสถานศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานของ โรงเรียน (ให้ตอบเห็นด้วย กับ ไม่เห็นด้วย)

7. ทักษะการพูดของนักเรียนที่วัดโดยการประเมินของครู (ผ่าน กับ ไม่ผ่าน)

8. ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียน ที่ครูวัดออกมาเป็นคะแนนจากการใช้แบบทดสอบการอ่าน

 

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

 ………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

 

 

แบบทดสอบ วิชาการวิจัยเบื้องต้น


แบบทดสอบ   วิชาการวิจัยเบื้องต้น

เรื่อง การกำหนดปัญหา วัตถุประสงค์ สมมติฐาน

คำสั่ง  ให้นักศึกษา   สืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต  ระดมความคิดในเรื่องที่สนใจทำวิจัย  แล้ว ขอให้ท่านระบุปัญหา วัตถุประสงค์ สมมติฐานของการวิจัยที่สอดคล้องกัน

1.ปัญหา / คำถามวิจัย

……………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

 

2.วัตถุประสงค์ของการวิจัย

…………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

3.สมมติฐานของการวิจัย

…………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………

 

 

ใบงานที่ 4 การวิจัยเบื้องต้น


ใบงานที่ 4 การวิจัยเบื้องต้น

คำสั่ง  ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม ๆ  สืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.      จงระบุตัวแปรอิสระและตัวแปรตามจากหัวข้อ หรือวัตถุประสงค์ของการวิจัยต่อไปนี้

1.1  การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เดิมกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา

ตัวแปร………………………………………………………………………………………………………..

1.2  การเปรียบเทียบความความคิดเห็นของประชาชนในเมืองและชนบทที่มีต่อการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

ตัวแปร………………………………………………………………………………………………………..

1.3  การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำกิจกรรมของนักศึกษา

ตัวแปร…………………………………………………………………………………………………….….

1.4  เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยภูมิหลังของพนักงานที่มีต่อความผูกพันองค์การ

ตัวแปร……………………………………………………………………………………………………….

1.5 เพื่อเปรียบเทียบเจตคติของผู้เรียนและผู้สอนที่มีต่อการปฏิรูปการศึกษา

ตัวแปร……………………………………………………………………………………………………….

2. จงบอกระดับการวัดของตัวแปรต่อไปนี้

2.1      สีของกระเป๋ามี 3 สี คือ แดง  เทา  น้ำเงิน

…………………………………………………………………………………………………………….

2.2    ความพึงพอใจต่อการทำงานของรัฐบาล มี 5 ระดับ   คือ ชอบมากที่สุด- ชอบน้อยที่สุด

         ………………………………………………………………………………………………….……

2.2      อายุ นับเป็นปี

         ……………………………………………………………………………………………….………

2.3      เงินเดือน ที่ได้รับใน 1 ปี

…………………………………………………………………………………………………………….

2.4      จัดลำดับประเทศตามประชากร

……………………………………………………………………………………………………………..

2.5      คะแนนสอบวัดไอคิว

……………………………………………………………………………………………………………..

2.7     สีผิวของคน

……………………………………………………………………………………………………………..